วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

10 ตุ๊กตาผีสิงที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้




10 ตุ๊กตาผีสิงที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

1. "ตุ๊กตาผีสิง ผูกโบว์สีแดง"
ตุ๊กตาตัวนี้ถูกซื้อมาจากร้านขายของเก่า แต่หลังจากนั้นผู้ครอบครองกลับได้ยินเสียงเด็กวิ่งรอบๆเตียงนอน ต่อมาก็ฝันว่ามีเด็กผู้หญิงชวนไปเล่นด้วย เมื่อตื่นนอนเขาเริ่มเรียบเรียงความฝัน และจำได้ว่าเด็กผู้หญิงในฝัน.... ผูกโบว์สีแดง


2. "แมนดี้" ตุ๊กตาผีขี้เล่น
หญิงสาวคนหนึ่งบริจาค "แมนดี้" หรือ "มิเรียนด้า" เป็นศิลปะวัตถุในพิพิธภัณฑ์ "เควสเนล" ประเทศแคนนาดา ตั้งแต่ปี 1991 เจ้าของเดิมของ "แมนดี้" เล่าว่า เธอมักจะตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมกับได้ยินเสียงเด็กร้องไห้โหยหวนจากห้องใต้ดิน เธอเดินตามหาเสียงร้องนั้นแต่กลับพบเพียงหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยืนยันว่าเธอปิดหน้าต่างแล้ว หลังจากที่เธอยกแมนดี้ให้กับทางพิพิธภัณฑ์ เธอก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีกเลย แต่เหตการณ์ดังกล่าวกับเกิดขึ้นกับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ บางรายกล่าวว่าแมนดี้กระพริบและจ้องมองพวกเขา ส่วนเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์มักจะเห็นเธอโผล่ไปอยู่ตามห้องต่างๆ


3. "แอนนาเบล สุดน"
"เอ็ด วอร์เรน" ชายผู้หลงใหลเรื่องเหนือธรรมชาติ ได้ตุ๊กตาตัวนี้มาจากบาทหลวงที่ขอความช่วยเหลือจากเขา เนื่องจากพยาบาลสาว 2 คน นามว่า "ดอนน่า" และ "แองจี้" ได้เจอกับวิญญาณที่สิงอยู่ในตุ๊กตาตัวนี้ ซึ่งแม่ของดอนน่าซื้อให้เป็นของขวัญ ทั้งสองเล่าวว่า "แอนนาเบล" ย้ายที่ไปเรื่อยๆ ทั้งที่มันถูกตั้งไว้บนชั้นวางของ หลังจากนั้นไม่นานตุ๊กตาตัวนี้ก็แสดงท่าทางราวกับเป็นมนุษย์ ขณะเดียวกันทั้งคู่รู้สึกเหมือนถูกแอนนาเบลจ้องมองตลอดเวลา ในที่สุดมันก็ทำร้ายพวกเธอจนต้องมอบตุ๊กตาดังกล่าวให้กับ พิพิธภัณฑ์ "ออคคัลท์" ของ "เอ็ด วอร์เรน" ทุกวันนี้ยังมีรายงานว่า ทุกๆอาทิตย์แอนนาเบลจะออกมาจากกล่อง และสร้างความสยองขวัญให้กับผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์

4. "ฮาโรลด์ ตุ๊กตาผีตัวแรกของอีเบย์"
"ฮาโรลด์" เป็นตุ๊กตาผีสิงตัวแรก ที่ถูกนำมาประมูลในเว็บไซต์ "อีเบย์" คนขายเล่าประวัติว่ามันถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1930 และถูกนำมาใช้สำหรับแสดงหนังสั้นซึ่งหลายคนสังเกตว่ามันค่อยๆขยับร่างกายได้เอง หลังจากนั้นทำให้มันกลายมาเป็นตุ๊กตาผีสิงที่โด่งดังไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ต บทความตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือคลิปวิดีโอที่มีเสียงหมุนนิ้วมือขวา
5. "คิคุโกะ"
ตุ๊กตาตัวนี้อยู่ที่วัดมันเนน หมู่บ้านคุริซาว่า อ.โงจิ ฮอคไกโด เจ้าของตุ๊กตาชื่อว่า "คิคุโก" เธอรักตุ๊กตาตัวนี้มาก หลังจากเธอล้มป่วยและเสียชีวิตลง พ่อแม่ของเธอนำตุ๊กตาตัวนี้ไปไว้กับป้ายวิญญาณเพื่อเป็นเพื่อนเล่น แต่สิ่งที่ประหลาดคือตุ๊กตากลับมีผมยาวออกมาเรื่อยๆ และปากที่เคยหุบสนิทก็เปลี่ยนเป็นเผยอยิ้มขึ้นมาด้วย

6. "เมอร์ซี่ ผีเด็ก"
"เชอร์รี่ คุน" คือเจ้าของตุ๊กตาที่สูงถึง 45 เซนติเมตร ตัวนี้ ซึ่งคาดว่ามีวิญญาณเด็ก 7 ขวบสิงอยู่ ก่อนหน้านี้เธอประมูลตุ๊กตาตัวนี้เนื่องจากไม่เชื่อว่ามีเรื่องสยองขวัญอยู่จริง และเมื่อได้มันมาครอบครอง เธอใช้การถ่ายภาพและอัดวีดิโอ "เมอร์ซี่" ทั้งวันทั้งคืน
กลางดึกคืนวันหนึ่งหลังจากที่ถ่ายรูปเสร็จ จู่ๆวิทยุในห้องก็เปิดขึ้นเองและเปลี่ยนคลื่นไปมาเรื่อยๆ จากนั้นอีก 2 วัน "เชอร์รี่" ตื่นขึ้นมาและพบว่าตุ๊กตาหล่นจากตู้ แต่ไม่ได้หล่นลงมาในท่านั่ง มันกลับหล่นลงมาและยืนอยู่บนขาของมันเอง เชอร์รี่ตัดสินใจเก็บตุ๊กตานี้ไว้กับตัวเองแม้ว่าจะมีเรื่องแปลกๆก็ตาม

7. "ตุ๊กตาผี อลิส"
แมร์รี่ ฟอร์ด เป็นเจ้าของตุ๊กตาผีสิงตัวนี้ เธอเล่าวว่าสายตาของอลิสจะมองตามคุณไปรอบๆห้อง และจะแสดงสีหน้าเมื่อเธอไม่ชอบคุณ และจะส่งเสียงกรีดร้องในยามค่ำคืน

8. "ตุ๊กตา จูเลียต"
เอมิเลีย คือตุ๊กตาผีจากอิตาลี คุณพ่อชาวอิตาเลียนมอบให้ลูกสาวเพื่อเป็นของขวัญ แต่ลูกสาวของเขาเสียชีวิตจากการเกิดสงคราม ขณะที่ตุ๊กตาตัวนี้ก็สูญเสียแขนทั้งสองข้างและหนังศีรษะ ผู้เป็นแม่เชื่อว่าตุ๊กตาตัวนี้มีวิญญาณของลูกสาวสิงอยู่
9. "ตุ๊กตารัสเซีย Katja"
ตุ๊กตาตัวนี้มีที่มาจากตำนานของนางสนมรายหนึ่งของพระเจ้าซาร์ เมื่อปี 1730 เรื่องเล่าว่า สนมนางนั้นตั้งครรภ์ และเธอคาดหวังว่าจะได้บุตรชาย แต่โชคร้ายเด็กน้อยที่คลอดออกมากลับเป็นเพศหญิงและมีรูปร่างไม่สมบูรณ์ เด็กจึงถูกเผาทั้งเป็น ด้วยความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่จึงนำเอากระดูกมาผสมกับดินและทำเป็นตุ๊กตา เชื่อกันว่า ตุ๊กตาถูกเก็บรักษาอย่างดี เพราะมันคือสิ่งที่นำมาซึ่งคำสาปจากเด็กน้อยที่ทุกข์ทรมานจากการถูกเผา
มีเรื่องน่าขนลุกว่า ถ้าคุณจ้องตา Katja ประมาณ 20 วินาที ตุ๊กตาตัวนี้จะกระพริบตา นอกจากนี้ยังมีคนพยายามประกาศ
ขาย Katja ทางอีเบย์ แต่ภายหลังเว็บไซต์ชื่อดังกลับสั่งระงับการขาย เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมาย
10. "ตุ๊กตาที่ทำมาจากคนตาย"
ตุ๊กตาตัวนี้มาจากประเทศญี่ปุ่นทำขึ้นมาจากผิวหนังของคนที่ตายแล้ว ซึ่งผู้ครอบครองรับรู้ได้ถึงความเย็นชา และสิ่งของที่ "เคยมีชีวิต"

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เกมส์ผีหลอนๆ

1. Fatal Frame









2. silent hill








3. the tormented





4. One late night 






5. Among the sleep:(หมีนู๋ว์อยู่ไหน?)







6.  Slender: The arrival:(ผีร่างบางไร้หน้า)





7. Outlast :(ตากล้อง....ต้องกล้า!)







8. Forbidden Siren






วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประสบการณ์ผี 6 เรื่อง

 

ดิฉันมีประสบการณืเรื่องผีๆ ที่ประสบพบเจอกับตัวเองตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันมาเล่าให้ฟัง

เมื่อก่อนตอนเด็กๆดิฉันเป็นคนที่กลัวผีมากคนหนึ่ง และก็เหมือนกับคนที่กลัวผีส่วนใหญ่ ที่กลัว แต่ชอบฟัง และชอบดูหนังผี ซึ่งดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าดิฉันจะหายการโรคกลัวผีจนขึ้นสมองได้ แต่จากการที่ดิฉันได้พบเจอกับปนะสบการณ์ลี้ลับมากมายทำความกลัวผีนั้นค่อยๆ ลดน้อยลง จนเป็นความเคยชินไปในที่สุด (เพราะเจอผีบ่อยจัด) ทำให้ในปัจจุบันนี้ ดิฉันแทบจะไม่กลัวผีเลยซะด้วยซ้ำ

เรื่องที่ 1 เป็นตอนสมัยดิฉันยังเด็กๆ จำได้ว่าตอนนั้นอยู่ ป.1 ก็ประมาณ 6 ขวบได้ ดิฉันกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน แล้วสักพักดิฉันก็เลยหันไปมองที่ประตูบ้านเห็นคนเดินผ่านประตูบ้านไปทางหลัง บ้านของดิฉัน ซึ่งดิฉันยังจำลักษณะของเค้าได้ดีเป็นผู้ชายรูปร่างสูงผอม ใส่เสื้อเชิ้ตลายทางตรง สวมกางเกงสแล็กขายาว ซึ่งเห็นเป็นรูปร่างเหมือนคนเพียงแต่เป็นเงารางๆ ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะนึกว่าเป็นน้าชายของดิฉัน เพราะรูปร่างลักษณะเหมือนน้าชาย ก็เลยหันกลับมาดูทีวีต่อ แต่ก็ยังคิดไปด้วยว่าทำไม่เห็นเป็นแค่เงารางๆ อย่างนั้น นะ ด้วยความสงสัยดิฉันก็เลยลุกขึ้นไปดู ปรากฎว่าน้าชายดิฉันเล่นเปตองอยู่หน้าบ้าน แล้วก็ไม่ได้ใส่ชุดอย่างที่ดิฉันเห็น น้าชายใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น ดิฉันก็เลยเดินตามไปดูที่หลังบ้านปรากฎว่าไม่มีใครเลยสักคน.....ตอนนั้น ดิฉันก็เลยงง งง ว่าผีหลอกดิฉันเหรอ ทำไมไม่เห็นน่ากลัวเลย รึว่าเราตาฝาดไปเอง.....

เรื่องที่ 2 ก็เจอตอนยังเด็กอยู่นั่นแหละดิฉันนอนหลับอยู่แล้วฝันว่ามีเงาดำๆ กระโดดมาทับตัวดิฉันไว้ แล้วก็เลยสะดุ้งตื่น ปรากฏว่าดิฉันขยับไม่ได้ และจากการที่ดิฉันฟังเรื่องผีมาเยอะก็จะรู้ว่าคนโดนผีอำจะขยับไม่ได้และเวลา ร้องก็จะไม่มีเสียง ดิฉันก็เลยลองร้องตะโกนแต่กลับไม่มีเสียง...ตอนนั้นก็เริ่มกลัวแล้วก็เลยสวด มนต์มั่วไปหมด สักพักอาการผีอำก็เริ่มหายไป.....แต่ดิฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าโดนฝีอำจริงๆรึ เปล่า หรือว่าเราเป็นตะคริวไปเองเลยขยับไม่ได้.....ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกนะที่ ดิฉันเป็นคนที่เชื่อเรื่องผีแต่เวลาเจอกับเหตุการณ์นั้นจริงๆ ดิฉันก็จะพยายามหาเหตุผลมาหักล้างก่อนทุกที...มากกว่าจะสรุปว่าเราเจอผี

เรื่องที่ 3 ตอนนั้นดิฉันเรียนอยู่ ม.4 และได้ไปเรียนอยู่โรงเรียนคริสต์แห่งหนึ่งซึ่งที่นั่นจะเป็นโรงเรียนประจำ ในหอพักจะเป็นเตียงชั้นเดียวเรียงกัน ไม่ได้เป็นเตียง 2 ชั้น และในห้องที่เรานอนจะมีห้องนอนสำหรับอาจารย์คุมหออยู่ในนั้นด้วย ซึ่งอาจารย์ก็มักจะเดินเข้าเดินออกตลอดเวลา ในตอนดึกๆ...วันนั้นดิฉันสะดุ้งตื่นมาตอนดึก และก็เห็นว่ามีคน 2 คน ยืนชะโงกมองมาทางดิฉัน แต่เห็นไม่ขัดเป็นเพียงเงาดำๆ ทีแรกดิฉันเข้าใจว่าเป็นอาจารย์ และเพราะว่ามันมืดดิฉันก็เลยมองไม่เห็นหน้าอาจารย์ ดิฉันก็เลยลุกขึ้นมาและเพ่งมองไปที่เงาดำๆ นั้น เห็นเป็นเงา 2 คน คนหนึ่งอ้วนเตี้ย คนหนึ่งสูงผอม และเพ่งมองยังไงก็ไม่เห็นเป็นรูปร่างชัดๆ สักที ดิฉันก็เลยถึงบางอ้อให้แล้วว่าผีแน่ ๆ ก็เลยนอนคลุมโปงจนเช้าเลยค่ะ.....

เรื่องที่ 4 ดิฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่าประสบการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้เห็นผีจะ จะ เลยล่ะค่ะ ช่วงนั้นดิฉันได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพและได้เช่าหอพักอยู่แถว ย่านรามคำแหง ซึ่งตอนนั้นหาหอยากมากค่ะไม่มีห้องว่างเลย แล้วก็ได้มาเจอหอหนึ่งมีห้องว่างอยู่ 1 ห้องพอดี ดิฉันก็ตกลงเช่าห้องเลยเพราะขี้เกียจหาหอพักแล้ว ซึ่งมาอยู่ช่วงแรกๆ ก็ไม่มีอะไร ตอนนั้นดิฉันยังอยู่คนเดียวอยู่เพราะยังไม่เปิดเทอมเพื่อนอีกคนเลยยังไม่มา แล้ววันหนึ่งเวลา 11.00 น. ดิฉันจำได้แม่นเพราะดิฉันตื่นขึ้นมาดูนาฬิกาและเห็นว่ายังไม่บ่ายก็เลยจะขอ นอนต่อ พอหลับไปได้สักพักหนึ่งดิฉันก็รู้สึกว่าเตียงที่ดิฉัยนอนอยู่มันโยกเหมือนมี คนมาขย่ม แต่ด้วยความง่วงดิฉันก็เลยคิดว่าเป็นเพื่อนดิฉันก็เลยจะนอนต่อ.....สักพัก สติมันเริ่มมา เริ่มคิดได้ว่าตอนนี้ดิฉันอยู่ห้องคนเดียวแล้วประตูก็ล็อคไว้เพื่อนจะเข้ามา ได้ยังไง เท่านั้นแหละดิฉันลืมตาแล้วพยายามจะลุกปรากฎว่าลุกไม่ขึ้น ขยับตัวไม่ได้ ดิฉันลองขยับทุกส่วนขยับได้เพียงแต่มือ กับตาที่กลอกไปกลอกมาได้แค่นั้น ดิฉันก็เลยกลอกตาไปรอบๆ (เตียงยั่งสั่นอยู่) แล้วดิฉันก็เหลอบไปเหนือหัวของดิฉัน และดิฉันก็พบสาเหตุของเตียงสั่น ดิฉันเห็นผู้ชายเป็นเงาลางๆ นั่งขย่มเตียงอยู่ เท่านั้นแหละดิฉันก็สวดมนต์ทุกบทที่ท่องได้มั่วกันไปหมด (แต่ตาดิฉันก็ยังมองผู้ชายคนนั้นอยู่น่ะ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด) สักพักก็มีเสียงหนึ่งมากระซิบข้างหูของดิฉันว่า "จะนอนอะไรกันนักกันหนา" และก็หัวเราะ แล้วก็หายไป....โหดิฉันลุกขึ้นได้นั่งร้องไห้เลยอ่ะ เป็นครั้งแรกที่เจอผีจังๆ กลัวมากอ่ะ......แต่ไปเล่าให้เพื่อฟังเพื่อนหัวเราะค่ะ หาว่าดิฉันโม้...ตลกว่ะผีมาบอกว่าจะนอนอะไรกันนักกันหนา...ดูดิ่เพื่อนยัง ไม่เชื่อ แต่ขอบอกว่านี้เรื่องจริงไม่ตลก ผีเค้าพูดอย่างนั้นจริงๆ....

+++++คุณคงคิดว่าดิฉันเจอผีแล้วดิฉันจะย้ายออกอ่ะดิ่ เปล่าเลยดิฉันยังอยู่ต่อ แต่อยู่เฉพาะเวลากลางวันนะ กลางคืนไปนอนห้องเพื่อนเพราะกลัว++++

เรื่องที่ 5 เกิดที่หอเดิมนั่นแหละพอดีว่าเปิดเทอมแล้วเลยมีเพื่อนนอนด้วยก็เลยใจชื้น กลับมาอยู่หอเดิม ก็เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกให้ย้ายหอ แต่ดิฉันไม่ย้าย ด้วยความขี้เกียจบวกกับความงกกลัวเสียเงินประกันก็เลยอยู่ต่อ เชื่อป่ะว่าในห้องอยู่กัน 3 คนน่ะ แต่ดิฉันเจอผีอยู่คนเดียวแต่มาในรูปแบบของผีอำตลอด มาทั้งกลางวันกลางคืน โอ้โหไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนาเจออยู่คนเดียว ตอนแรกเวลาโดนอำก็สวดมนต์นะ แต่สวดไปก็ไม่ไหนได้ผล หลังๆ ก็เลยปล่อยมันอำไปเหอะ กรูจะนอน ง่วงอ่ะ.......มีคืนหนึ่งนอนกันอยู่ 3 คน ก็นอนคุยกันตามประสาผู้หญฺงแหละดิฉันนอนริมใกล้ประตูเลย คุยกันสักพัทุกคนก็เริ่มเงียบเหมือนเตรียมตัวจะนอนกันล่ะ ดิฉันก็หลับตาจะนอน ก็ได้ยินเสียงคนเดินลงส้นเท้า ตึง ๆ ก็เลยลืมตาตื่นขึ้นมาดู น่าโดนอำอีกแล้วกรู เห็นเป็นเงาดำๆ เดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียง ข้างที่ดิฉันนอนเลย ดิฉันเลยพยายามร้องออกมาสุดเสียง เพื่อนได้ยินก็เลยเขย่าตัวดิฉัน...ถามว่าเป็นอะไร...เพื่อคิดว่าดิฉันนอน ละเมอ...แต่เปล่าเลยดิฉันยังไม่ได้หลับ....ดิฉันก็เลยเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็เลยบอกว่าได้ยินเสียงคนเดินลงส้นเท้าเหมือนกันแต่คิดว่าเป็นห้อง ข้างบนก็เลยไม่สนใจ....คิดดูดิ่ขนาดยังไม่มีใครหลับน่ะเนี่ยะ...ผียังมาหลอก ไม่รู้ซวยอะไรกันนักกันหนา....บางครั้งนะกลางวันแสกๆ ดิฉันนอนอยู่ เพื่อนดิฉันก็นั่งเล่นคอมอยู่ในห้อง ผียังอำดิฉันเลย เพื่อนนั่งอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือยังเอื้อมไม่ถึง...และดิฉันก็อยู่หอนั้นจน เรียนจบ ....... พร้อมกับความกลัวผีหายไปเป็นปลิดทิ้ง 55555+++ ขอบอกว่าห้อง 1406 เหอะ เหอะ

++++ชีวิตหลังจากออกจากหอนั้น...คิดว่าจะไม่เจอผีแล้วสิ แต่ยัง ยังไม่หมด....ไปอยู่หอไหนก็เจอทุกหอเลย....ก็เลยรู้แล้วล่ะว่าคงไม่เกี่ยวกะ หอหรอก...มันเกี่ยวกับตัวชั้นเอง...ผีมันอยากจะมาหลอกชั้น....ไม่ว่าจะไป อยู่ไหนก็เจอ.....

เรื่องที่ 6 ตอนนี้มาอยู่หอใหม่แล้ว โอ้มายก็อดรู้ว่าเจอผีบ่อยอิฉันก็ยังดันมาอยู่หอแถววัด ใครรู้จักบ้างอ่ะ พหล 55 ซอยข้างวัดพระศรีน่ะ นั่นแหละ
เอาเรื่องเด็ดๆ ล่ะกัน เรื่องขี้หมูขี้หมา พวกแบบว่าฝันเห็นผี หรือได้ยินแค่เสียงน่ะเรื่องเล็กไม่ค่อยหน้ากลัว .... ดิฉันนอนอยู่กับเพื่อน 2 คน ปิดไฟเตรียมนอนเรียบร้อย หลับตาแล้วแต่ยังไม่หลับลึก ได้ยินเสียงคนคุยกันข้างๆ หูเลย 2 คนด้วย ว่า "หลับแล้วเหรอ " และ 2 คนนั้นก็คุยกันประมาณว่า เค้าหลับแล้วอย่าไปกวนเค้า.....ดิฉันก็เลยลืมตาขึ้นมาดู เห็นเงาดำๆ อีกล่ะ ขยับไม่ได้อีกล่ะ ...แล้วก็ได้ยินเสียงข้างหูเลยว่า"อุ๊ย...ตื่นแล้วเหรอ" พร้อมกับเสียงหัวเราะ แหะ แหะ (หัวเราะประมาณว่าเกรงใจที่ทำให้เราตื่น..ประมาณนั้น) แล้วก็หายไป....นี่คือเรื่องล่าสุดที่เจอมาสดๆ ร้อนๆเลยเมือนเดือนที่แล้ว
+++++ปกติจะเจอผีบ่อยนะเกือบทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้นานๆ เจอทีอ่ะ บางครั้งก็รู้สึกเหงาๆ ยังไงไม่รู้เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเจอผี +++++ สงสัยเดี๋ยวนี้สวดมนต์ทุกวันมั๊ง....

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ขนหัวลุกจากสะพานดำบางซื่อ



"เป้" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากสะพานดำบางซื่อ

ตั้งแต่เด็กๆ มาแล้วที่ผมได้ฟังเรื่องผีจากพวกผู้ใหญ่ เขาบอกว่าผีที่เจ็บไข้ได้ป่วยตายตามธรรมชาติ
จะไม่ดุร้ายเหมือนพวกผีตายโหง ทั้งโดนฆ่าและฆ่าตัวตาย โดนรถชนตาย ตกน้ำตาย รวมทั้งตายด้วย
อุบัติเหตุสยองต่างๆ ไม่ว่าไฟไหม้ ตกต้นไม้ตาย....ล้วนแต่ทำให้เกิดผีหลอกวิญญาณหลอนทั้งนั้น

แต่ไม่ว่าผีอะไรก็ไม่เฮี้ยนสุดขีดเท่ากับผีรถไฟทับตาย! บ้านผมอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟบางซื่อ
ซะด้วย แถวๆ สะพานดำที่ข้ามคลองประปา....กลัวซีครับ ทำไมจะไม่กลัว!

สมัยผมเด็กๆ น่ะเกิดเหตุรถไฟทับคนตาย หรือใครจะเรียกว่าชนคนตายก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือมีลุงขี้เมา
แกเดินกอดขวดเหล้า เป๋ไปเป๋มาจนโดนรถไฟชนกระเด็นไปเป็นสิบๆ วา เนื้อตัวกลายเป็นซากเละเทะ
แดงเถือกด้วยเลือดสดๆ คนดูถึงกับลมใส่ไปตามๆ กัน

อีกรายเป็นคนจรจัดมานอนบนรางรถไฟใกล้ๆ หมู่บ้าน...รายนี้แขนขาขาดกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ไม่ช้าก็มีผู้หญิงแม่ลูกอ่อนทะเลาะกับผัว อุ้มลูกเดินร้องไห้เข้าไปหารถไฟที่พุ่งมาจากบางซื่อ...อะไรจะ
ไปเหลือล่ะครับ? เฮ้อ...

ที่เล่ามานั่นเฉพาะที่ผมรู้เห็นเท่านั้น แถมผีดุบรรลัยอีกต่างหาก!

ตอนกลางคืนมีคนเห็นร่างเละเทะเดินกอดขวดเหล้าไปตามทางรถไฟ ส่วนรายคนจรจัดที่แขนขาขาดก็
คลานโหย่งๆ ให้คนเห็นหลายราย ยิ่งแม่ลูกอ่อนนั่นเธอเดินอุ้มลูกร้องไห้น่าสงสาร...แต่คนดวงซวยที่มอง
เห็นเข้าย่อมจะไม่เกิดความรู้สึกเวทนาใดๆ แต่สติแตกร้องจ้าเป็นเจ๊กตื่นไฟ วิ่งเตลิดเปิดเปิง ล้มลุก
คลุกคลานทุกคนไป

...สถานีใหญ่โตระดับชุมทางบางซื่อน่ะมีรถไฟผ่านทั้งสายเหนือ สายใต้ สายอีสาน เสียงล้อบดครางดัง
คึ่กๆ ระคนกับเสียงหวูดกรีดแหลมแทบจะทั้งวันทั้งคืนก็ว่าได้ เรื่องอุบัติเหตุชนคนตายน่ะหนีไม่พ้นอยู่
แล้วครับ

พอโตขึ้นหน่อยผมก็เพิ่งสังเกตเห็นต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ที่ริมคลองประปา ติดกับสะพานดำพอดี กิ่งใบแผ่
กว้างหนาทึบชนิดมองเห็นแล้ววังเวงใจชอบกล ชาวบ้านเรียกเจ้าพ่อโพธิ์ เชื่อถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์น่าดู

ลุงม้วนคนข้างบ้านบอกผมว่า พวกผีที่ตายเพราะโดนรถไฟทับน่ะ ล้วนแต่ไปอาศัยอยู่ที่
ต้นโพธิ์ กลายเป็นบริวารเจ้าพ่อไม่รู้ว่ากี่สิบรายมาแล้ว

ก่อนนั้นก็เคยมีสาวอกหัก ดูเหมือนจะท้องอ่อนๆ ด้วย ปีนขึ้นไปผูกคอตาย เคยมีคนเห็นเธอนั่งร้องไห้
อยู่ที่โคนต้นโพธิ์บ้าง ห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งโพธิ์บ้าง...รายไหนก็รายนั้นเป็นวิ่งกระเจิงไม่คิดชีวิต
บางรายถึงกับจับไข้หัวโกร๋นไปเลย

ผู้คนแถวนั้นที่นั่งรถไฟผ่านไปมาตอนกลางคืนก็เคยเล่ากันว่าผีที่สะพานดำดุร้ายจนต้องเรียกว่าเฮี้ยน
จัดอย่าบอกใครเชียว!

ขนาดรถไฟวิ่งมาเร็วๆ ยังมองเห็นอมนุษย์ห้อยโหนอยู่ตามราวสะพานเต็มไปหมด มีทั้งแขนขาขาด
หัวขาด ตับไตไส้พุงห้อยร่องแร่ง บ้างก็แลบลิ้นปลิ้นตา จนถึงทำท่าจะชะโงกเข้ามาทางหน้าต่างรถไฟ
ก็มี

ผีดุอะไรจะปานนั้น?! สงสัยจะยังไม่ได้ไปอยู่กับเจ้าพ่อโพธิ์ หรือว่าได้รับอนุญาตให้มา
ตากอากาศ เลยฉวยโอกาสหลอกหลอนผู้คนเล่นดื้อๆ ยังงั้นเอง!

ผมกับเพื่อนอีกสองคนเคยเจอะเจอเรื่องขนหัวลุกเข้ากับตัวเอง เมื่อเรานั่งดวดดื่มในบ้านริมคลอง
ประปาของเจ้าตุ๋ย หอบเหล้าโซดา น้ำแข็งและกับแกล้มไปนั่งสำราญกันที่ระเบียงบ้าน ฝั่งนี้อยู่ตรง
ข้ามกับต้นโพธิ์ครับ

ตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนถึงใกล้ค่ำ คุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสาขาเมา รถไฟเปิดหวูดจะเข้าจะออกสถานี
ทีก็หยุดเม้าธ์ทันที ฟังเสียงล้อเหล็กกระแทกรางโครมๆ เพลิดเพลิน ทำให้นึกถึงเสียงเพลงฉึกฉัก
รถไฟสมัยก่อน...บังเอิญเจ้าโก้เพื่อนอีกคนมองเห็นอะไรอีกฟากคลองแถวๆ ต้นโพธิ์...ร้องโวยวาย
ขึ้นมาดื้อๆ

เสียงร้องของมันทำให้ผมกับเจ้าตุ๋ยหันขวับไปมอง...ภาพที่เห็นทำให้เย็นวาบไปทั้งตัว...
ผู้ชายคนหนึ่งกำลังปีนป่ายอยู่บนกึ่งโพธิ์พอดี!

จู่ๆ ร่างนั้นก็หล่นพรวดลงมาห้อยต่องแต่ง พวกเราลุกพรวดขึ้นยืนพร้อมๆ กัน เจ้าตุ๋ยร้องลั่นแต่ว่า...เฮ้ยๆ
คนผูกคอตาย! เล่นเอาเพื่อนบ้านโผล่ออกมาดู ก่อนจะเผ่นไปขึ้นทางรถไฟข้ามสะพานไปที่ต้นโพธิ์
เหน็ดเหนื่อยแทบจะขาดใจตาย

นรกเป็นพยาน! ที่นั่นมีแต่ความว่างเปล่า ยอดโพธิ์สะบัดกิ่งใบซู่ซ่า ฟังแล้วเยือกเย็นชวนให้วังเวงใจ...
จะว่าเมาหรือตาฝาดแต่เราก็เห็นพร้อมกันทั้งสามคน



...ไม่รู้ว่าผีผูกคอตายตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มาปรากฏกายให้เราเห็น ขนหัวลุกไปตามๆ กันซีครับ!


ขอบคุณเรื่องเล่าจากข่าวสด
http://xfile.teenee.com/ghost/1670.html

10 วิธีเห็นผี


วิธีที่ 1 : ประสาทสัมผัสที่ 6

หากคุณมีซิกเซ้นในด้านนี้ดี หรือลองนั่งสมาธินานๆ จนจิตนิ่ง มันอาจจะทำให้คุณสัมผัส กับอะไรบางอย่างได้ (ต้องเงียบไว้)

วิธีที่ 2 : คนท้องและฆ่าตัวตาย

วิธีนี้สำหรับผู้หญิง หากเคยฆ่าตัวตาย ในขณะที่กำลังท้อง หรือแค่ท้องอ่อนๆ ก็จะทำใหเห็น "ผี" ได้

วิธีที่ 3 : เล่นผีถ้วยแก้ว

ให้คุณหาชามแก้ว และแก้วที่คุณรู้สึกถูกใจ ต้องตามากที่สุด มาเล่น ในระหว่างที่มันออกไปจากแก้ว ให้คุณคว่ำแก้วลงบนจานแก้วซะ แล้วสิ่งที่คุณอยากเห็นก็มาให้คุณเห็นแน่นอน

วิธีที่ 4 : เสียงเรียกตอนอาหารมื้อค่ำ

หากคุณเห็นคนตายต่อหน้า ต่อตา หรือพึ่งเกิดอุบัติเหตุ หากคุณอยากเห็นให้นำอาหาร ชาม ช้อน หม้อไปวาง แล้วเคาะ พวก "ผี" จะมาให้คุณเห็นทันที

วิธีที่ 5 : เล่นซ่อนหา

ถ้าคุณอยากเห็น มีวิธีสนุกๆคือ ให้เล่นซ่อนหากันตอนดึก โดยเฉพาะที่สวน วิ__าณ จะโผล่ออกมาให้คุณเห็น และคนที่หาคุณจะมองไม่เห็นคุณ หรือเพื่อนคนอื่นๆ เพราะวิ__าณเหล่านั้น บดบังตัวอยู่

วิธีที่ 6 : ดินฝังศพ

ให้คุณเอาดินที่ฝังศพ แล้วดินที่พึ่งฝังใหม่จะยิ่งเห็น ให้คุณเอาดินมาป้ายตาทั้ง 2 ข้าง แรงอาฆาแค้นของ "ผี" ทำทำให้คุณเห็นอย่างแน่

วิธีที่ 7 : หว่างขา

คนเราเกิดมา ภายใต้หว่างขาของแม่ เหมือนกับจาก ภพหนึ่งสู่อีกภพหนึ่ง เช่นเดียวกัน ให้คุณมองลอดใต้หว่างขา นานๆ แล้วใครบางคนจะมองคุณอยู่ด้วย

วิธีที่ 8 : การเดินผ่าน ทาง 3 แพร่ง

วิธีนี้อาจทำให้เห็นบ้าง เช่นเดียวกับเหมือนเราเป็นจดหมาย แล้วเราลอดใต้ตู้จดหมาย จะมีคนมาเอา เหมือนกันถ้าอยากเห็นให้ลอดผ่าน เสาไฟ หรืออะไรบางอย่างที่ติดกันกับกำแพง ตอนเย็นๆ อาจทำให้คุณเห็นได้

วิธีที่ 9 : เสียงโหยหวนยามคำคืน

ให้คุณร้องไห้จากการเศร้าและคิดฆ่าตัวตายจริงๆ และให้เดินในซอยเปลี่ยวตอนดึก จะมีเสียงแทรกผ่านเสียงร้องไห้ และพวก "ผี" ที่คิดฆ่าตัวตายจะมาตามหลอกหลอนคุณไม่ให้ฆ่าตัวตาย

วิธีที่ 10 : ชุดงานศพ

วิธีนี้ ให้คุณหาชุดเสื้อผ้าของคนตายมาใส่แล้วลองกลั้นลมหายใจดู คุณอาจเห็นบางสิ่งบางอย่าง และไปสู่อีกโลกหนึ่งได้ หรือถ้าอยากเห็น ให้เอาโลงที่จะใส่ศพ (ยังไม่ได้ใส่ศพ) มานอนดูรับรองไม่นาน "ผี" จะออกมาให้คุณเห็น